Newsroom

ก.ล.ต.อนุญาตให้ 'ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้' เสนอขายหุ้น IPO คาดเข้าเทรดช่วงปลายปี'60 นำเงินไปใช้พัฒนาโครงการอสังหาฯ-ซื้อที่ดิน เพื่อต่อยอดโครงการในภูเก็ต

ก.ล.ต.ได้มีหนังสืออนุญาตให้ บมจ.ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือ TITLE เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน โดย TITLE ถือเป็นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ที่เน้นการพัฒนาโครงการพักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความแตกต่างจากบริษัทอสังหาฯทั่วไป คือ ความเป็นคอนโดฯเพื่อการท่องเที่ยว ด้วยจุดเด่นของทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพและทัศนียภาพโดดเด่น วิวทะเล เตรียมขาย IPO จำนวน 120 ล้านหุ้น และเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในช่วงปลายปี 60 ด้านผู้บริหาร “ศศิพงษ์ ปิ่นแก้ว” หวังนำเงินทุนใช้พัฒนาโครงการอสังหาฯ-ซื้อที่ดิน หนุนธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น ได้กุนซือมือทองจาก “บล.เออีซี” เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

นายสัมฤทธิ์ชัย ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการฝ่ายวาณิชธนกิจ 5 บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีหนังสืออนุญาตให้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (TITLE) เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา โดย TITLE มีแผนที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 120.00 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท/หุ้น ซึ่งแบ่งเป็นเสนอขายให้แก่ประชาชนจำนวนไม่ต่ำกว่า 112.80 ล้านหุ้น และจำนวน 7.20 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหารและ/หรือพนักงานบริษัท โดยคาดว่าจะขายหุ้นไอพีโอ และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ในช่วงปลายปี 2560

“มั่นใจว่า “ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” จะเป็นหุ้นไอพีโอน้องใหม่อีกบริษัท ที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่นของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่บนทำเลศักยภาพในจังหวัดภูเก็ต โดยมีกลุ่มเป้าหมายทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ขณะเดียวกันผู้บริหารยังมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล พร้อมที่จะนำองค์กรเดินไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนและมั่นคง”

ด้านนายศศิพงษ์ ปิ่นแก้ว กรรมการบริหาร/กรรมการผู้จัดการสายงานวางแผนและควบคุม บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) (TITLE) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ในการระดมทุนครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการพัฒนาโครงการ The Title Residencies Naiyang Phuket ภายในปี 2560 และเพื่อใช้ในการซื้อที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการในอนาคต ภายในปี 2561

“ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยเน้นการพัฒนาโครงการพักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมในย่านทำเลที่มีศักยภาพในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเน้นการออกแบบโครงการที่เป็นเอกลักษณ์ การให้ความสำคัญกับคุณภาพการก่อสร้าง ตลอดจนสภาพแวดล้อมของโครงการที่เน้นความร่มรื่นและให้ความรู้สึกเสมือนการพักผ่อนในโรงแรมหรือรีสอร์ท โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความคุ้มค่าและความประทับใจแก่ลูกค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งนี้ “ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้” เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่แตกต่างจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป คือ ด้วยจุดเด่นที่เป็นโครงการคอนโดมิเนียมเพื่อการท่องเที่ยว และทำเลที่ตั้งที่มีทัศนียภาพโดดเด่น มีวิวติดทะเล และมีกลุ่มลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเป็นหลัก ทำให้โครงการของบริษัทฯที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายด้วยดีมาโดยตลอด” นายศศิพงษ์ กล่าว

สำหรับโครงการในอนาคต บริษัทฯมีแผนที่จะพัฒนาโครงการในอนาคต ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 1,295 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการคอนโดมิเนียม The Title Residencies Naiyang Phuket เฟส 2 (The Title หาดในยาง เฟส 2) จำนวน 220 ยูนิต มูลค่าโครงการ 645 ล้านบาท คาดเปิดการขายในไตรมาส 4/60 2. โครงการคอนโดมิเนียม The Title Phuket หาดราไวย์ เฟส 5 Zone 1 (The Title หาดราไวย์ เฟส 5 โซน 1) มูลค่า 300 ล้านบาท คาดเปิดการขายในปี 61 และ3. โครงการคอนโดมิเนียม The Title Phuket หาดราไวย์ เฟส 5 Zone 2” (The Title หาดราไวย์ เฟส 5 โซน 2) มูลค่า 350 ล้านบาท คาดเปิดการขายในปี62

โดยกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ 3 อันดับแรก ประกอบด้วย กลุ่มนายเด่นดนัย หุตะจูฑะ ถือหุ้น รวม 91.93% หลังการเสนอขายหุ้น IPO จะคงเหลือ 64.65% รองลงมาคือ นายศศิพงษ์ ปิ่นแก้ว ถือหุ้น 5.36% หลังการเสนอขายหุ้น IPO จะคงเหลือ 3.85% และ น.ส.จีรยา อุดมวงศ์ทรัพย์ ถือหุ้น 2.00% หลังการเสนอขายหุ้น IPO จะคงเหลือ 1.50%

ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2559 บริษัทฯมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท เป็นทุนที่เรียกชำระแล้ว 140 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 280 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หลังเสนอขาย IPO ในครั้งนี้แล้ว บริษัทฯจะมีทุนชำระแล้วเป็น 200 ล้านบาท หุ้นสามัญจำนวน 400 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท